Google Map Adsร้านอาหาร
อ่าน 10 นาที

เจ้าของร้านอาหารที่ลูกค้าน้อย
เพิ่มลูกค้าเข้าร้าน
ด้วย Google Map Ads ด่วน

Google Map Ads คือโฆษณาที่ทรงพลังที่สุดสำหรับร้านอาหาร เพราะยิงตรงหาลูกค้าที่กำลังมองหาร้านในพื้นที่จริงๆ เรียนรู้วิธีตั้งค่าและเพิ่มลูกค้าเข้าร้านได้ภายใน 7 วัน

อัปเดต เมษายน 2569
โดย 99 Ads Agency
093 140 4295
เพิ่มลูกค้าเข้าร้านอาหารด้วย Google Map Ads

ผลลัพธ์เฉลี่ย

ลูกค้าเพิ่ม 3x ใน 30 วัน

86%

ค้นหาร้านอาหารผ่าน Google Maps

76%

เข้าร้านภายใน 24 ชม. หลังค้นหา

3x

ลูกค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยใน 30 วัน

7 วัน

เริ่มเห็นผลหลังเปิดแคมเปญ

ทำไม Google Map Ads ถึงเพิ่มลูกค้าได้เร็ว?

Google Map Ads (Local Search Ads) คือโฆษณาที่แสดงบน Google Maps เมื่อลูกค้าค้นหาร้านอาหารในพื้นที่ใกล้เคียง โฆษณาจะปรากฏเป็น Pin สีม่วงพร้อมป้าย "Sponsored" อยู่เหนือผลการค้นหาปกติ ทำให้ร้านของคุณโดดเด่นและถูกเห็นก่อนคู่แข่ง

สิ่งที่ทำให้ Google Map Ads ทรงพลังกว่าโฆษณาประเภทอื่นสำหรับร้านอาหาร คือ Intent ของลูกค้า — คนที่ค้นหาบน Google Maps กำลังมองหาร้านอาหารจริงๆ และพร้อมจะไปทานทันที ต่างจากโฆษณา Facebook ที่ลูกค้าอาจเห็นโดยไม่ได้ตั้งใจ

สถิติที่น่าสนใจ: จากข้อมูลของ Google พบว่า 86% ของผู้บริโภคใช้ Google Maps ค้นหาธุรกิจท้องถิ่น และ 76% ของผู้ที่ค้นหาร้านอาหารใกล้เคียงจะเข้าร้านภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่าทุกคลิกบน Google Map Ads มีโอกาสแปลงเป็นลูกค้าจริงสูงมาก

ยิงตรงกลุ่มเป้าหมาย

แสดงเฉพาะลูกค้าที่อยู่ในรัศมีรอบร้านและกำลังค้นหาอาหาร

เห็นผลเร็ว

เริ่มมีลูกค้าโทรและขอ Directions ภายใน 24-48 ชั่วโมง

คุ้มค่า

จ่ายเฉพาะเมื่อลูกค้าคลิก ไม่เสียเงินกับคนที่ไม่สนใจ

ตั้งค่า Google Business Profile ให้พร้อม

ก่อนจะสร้าง Google Map Ads ได้ ร้านอาหารต้องมี Google Business Profile (GBP) ที่ Verify แล้วและมีข้อมูลครบถ้วน เพราะ GBP คือพื้นฐานที่ Google ใช้แสดงข้อมูลร้านในโฆษณา

การตั้งค่า Google Business Profile สำหรับร้านอาหาร

ตัวอย่าง Google Business Profile ที่สมบูรณ์พร้อมลงโฆษณา

Checklist ก่อนเปิด Google Map Ads

Verify Google Business Profile

ยืนยันความเป็นเจ้าของธุรกิจผ่าน Postcard, Phone หรือ Email

ชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทรครบถ้วน (NAP)

ข้อมูลต้องตรงกันทุก Platform เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

เพิ่มหมวดหมู่ธุรกิจให้ถูกต้อง

เลือก Primary Category เป็น 'Restaurant' หรือประเภทอาหารที่เสิร์ฟ

อัปโหลดรูปภาพอาหารและบรรยากาศร้าน

อย่างน้อย 10 รูป ขนาดไม่ต่ำกว่า 720x720px

ตั้งเวลาเปิด-ปิดให้ถูกต้อง

รวมถึงวันหยุดพิเศษและเวลา Happy Hour

เชื่อม Google Ads Account กับ GBP

ทำใน Google Ads > Linked Accounts > Google Business Profile

สร้างแคมเปญ Local Search Ads ขั้นตอนละเอียด

Google Map Ads สร้างผ่าน Google Ads โดยเลือก Campaign Type เป็น "Local" หรือ "Performance Max for Store Goals" ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่ม Store Visits โดยเฉพาะ

1

เข้า Google Ads > New Campaign

เลือก Goal เป็น 'Store visits and promotions' หรือ 'Local store visits and promotions'

2

เลือก Campaign Type: Local

หากไม่เห็นตัวเลือก Local ให้ใช้ Performance Max แทน แล้วเปิด Store Goals

3

เชื่อม Google Business Profile

เลือกสาขาร้านอาหารที่ต้องการโปรโมท สามารถเลือกได้หลายสาขา

4

ตั้งค่า Location Targeting

เลือกพื้นที่รอบร้าน 1-5 กิโลเมตร ตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

5

สร้าง Ad Assets

เพิ่ม Headlines, Descriptions, รูปภาพ และ Video (ถ้ามี) ให้ครบทุก Format

6

ตั้งงบและ Bidding

เริ่มต้นที่ 300-500 บาท/วัน ใช้ Bidding Strategy 'Maximize Conversions'

เคล็ดลับ: หากบัญชี Google Ads ใหม่ ให้รอ 2-3 วันให้ระบบ Learning Phase เสร็จก่อน อย่าเพิ่งปรับงบหรือ Targeting ในช่วงนี้ เพราะจะทำให้ Algorithm ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่

Radius Targeting — ยิงโฆษณาตรงพื้นที่รอบร้าน

การกำหนด Radius ที่เหมาะสมคือปัจจัยสำคัญที่สุดของ Google Map Ads สำหรับร้านอาหาร หาก Radius กว้างเกินไปจะเสียเงินกับลูกค้าที่ไม่มาจริง หากแคบเกินไปจะพลาดลูกค้าที่อยู่ใกล้แต่อยู่นอกรัศมี

Radius Targeting สำหรับ Google Map Ads ร้านอาหาร

การตั้งค่า Radius Targeting ที่เหมาะสมตามประเภทร้านอาหาร

แนวทางกำหนด Radius ตามประเภทร้าน

ร้านอาหารทั่วไป / ข้าวแกง / อาหารตามสั่ง

ลูกค้ามักเลือกร้านใกล้บ้านหรือที่ทำงาน

1-2 กิโลเมตร

ร้านอาหารญี่ปุ่น / เกาหลี / อาหารพิเศษ

ลูกค้าพร้อมเดินทางไกลกว่าเพื่ออาหารพิเศษ

3-5 กิโลเมตร

ร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวมักค้นหาจากโรงแรมหรือจุดท่องเที่ยว

5-10 กิโลเมตร

ร้านอาหาร Fine Dining / Omakase

ลูกค้าเป้าหมายมีกำลังซื้อสูงและยอมเดินทางไกล

10-20 กิโลเมตร

Ad Extensions ที่ร้านอาหารต้องเปิดทุกตัว

Ad Extensions (หรือ Assets) คือข้อมูลเสริมที่แสดงในโฆษณา ช่วยเพิ่ม Click-Through Rate ได้ถึง 10-15% โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ร้านอาหารควรเปิดทุก Extension ที่มีให้

Call Extension

แสดงเบอร์โทรให้ลูกค้าโทรหาร้านได้โดยตรงจากโฆษณา ลูกค้าโทรมาจองโต๊ะได้ทันที

Location Extension

แสดงที่อยู่และปุ่ม 'Get Directions' ช่วยให้ลูกค้านำทางมาร้านได้ง่าย

Sitelink Extension

เพิ่มลิงก์ไปยังเมนู, โปรโมชั่น, หรือหน้าจองโต๊ะออนไลน์

Callout Extension

เน้นจุดเด่นร้าน เช่น 'ฟรีที่จอดรถ', 'เปิด 24 ชั่วโมง', 'Delivery ใน 30 นาที'

Structured Snippet

แสดงรายการเมนูยอดนิยมหรือประเภทอาหารที่เสิร์ฟ

Image Extension

แสดงรูปอาหารในโฆษณา Search เพิ่ม Visual Appeal และ CTR

งบประมาณและ Bidding Strategy ที่เหมาะสม

การตั้งงบที่ถูกต้องช่วยให้โฆษณาแสดงผลได้อย่างต่อเนื่องตลอดวัน โดยเฉพาะช่วง Peak Hours ของร้านอาหาร ซึ่งมักเป็นช่วงเที่ยงและเย็น

แนวทางงบประมาณตามขนาดร้าน

ร้านเล็ก (1-2 โต๊ะ)

เน้น Radius แคบ 1-2 กม.

200-400 บาท/วัน

ร้านกลาง (10-30 โต๊ะ)

Radius 3-5 กม. + Ad Extensions ครบ

500-1,000 บาท/วัน

ร้านใหญ่ / Chain

Multi-location + Performance Max

1,500-3,000 บาท/วัน

Bidding Strategy แนะนำ: เริ่มต้นด้วย "Maximize Clicks" ใน 2 สัปดาห์แรกเพื่อเก็บข้อมูล จากนั้นเปลี่ยนเป็น "Maximize Conversions" หรือ "Target CPA" เมื่อมีข้อมูล Conversion อย่างน้อย 30 รายการ

วัดผลและ Optimize แคมเปญให้ได้ ROI สูงสุด

Google Map Ads มี Metrics เฉพาะสำหรับ Local Business ที่ต้องติดตามเพื่อวัดประสิทธิภาพและปรับปรุงแคมเปญ

การวัดผล Google Map Ads สำหรับร้านอาหาร

Dashboard วัดผล Google Map Ads และ KPI สำคัญสำหรับร้านอาหาร

KPI ที่ต้องติดตามทุกสัปดาห์

1

Store Visits

จำนวนคนที่เข้าร้านหลังเห็นโฆษณา (ต้องเปิด Store Visit Conversion ใน Google Ads)

2

Direction Requests

จำนวนคนที่ขอ Directions มาร้าน บ่งบอกความตั้งใจสูงมาก

3

Phone Calls

จำนวนโทรศัพท์จากโฆษณา ใช้ Call Tracking ติดตามได้

4

Click-Through Rate (CTR)

ควรอยู่ที่ 5-15% สำหรับ Local Ads ถ้าต่ำกว่านี้ให้ปรับ Ad Copy

5

Cost per Store Visit

ต้นทุนต่อการเข้าร้าน 1 ครั้ง เปรียบเทียบกับ Average Order Value ของร้าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

QGoogle Map Ads ต่างจาก Google Search Ads อย่างไร?

Google Map Ads (หรือ Local Search Ads) คือโฆษณาที่แสดงบน Google Maps โดยตรง เมื่อลูกค้าค้นหาร้านอาหารใกล้เคียงบนแผนที่ โฆษณาจะแสดงเป็น Pin สีม่วงพร้อมป้าย 'Sponsored' ต่างจาก Google Search Ads ที่แสดงในหน้าผลการค้นหา ข้อดีของ Map Ads คือลูกค้าที่เห็นมีความตั้งใจสูงมาก เพราะกำลังมองหาร้านอาหารในพื้นที่นั้นจริงๆ

Qต้องใช้งบเท่าไหร่ต่อวันสำหรับ Google Map Ads ร้านอาหาร?

งบขั้นต่ำที่แนะนำคือ 200-300 บาทต่อวัน สำหรับร้านอาหารขนาดเล็กในพื้นที่ที่มีการแข่งขันปานกลาง หากอยู่ในทำเลที่มีการแข่งขันสูง เช่น ย่านธุรกิจหรือแหล่งท่องเที่ยว ควรเพิ่มเป็น 500-1,000 บาทต่อวัน เพื่อให้โฆษณาแสดงผลได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาที่ลูกค้าค้นหา

Qไม่มีเว็บไซต์ ทำ Google Map Ads ได้ไหม?

ได้ครับ Google Map Ads ใช้ Google Business Profile เป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ ลูกค้าที่คลิกโฆษณาจะเห็นข้อมูลร้านใน Google Maps โดยตรง ทั้งที่อยู่, เบอร์โทร, เวลาเปิด-ปิด, รูปภาพ และรีวิว อย่างไรก็ตาม การมีเว็บไซต์จะช่วยเพิ่ม Conversion Rate และสร้างความน่าเชื่อถือมากขึ้น

QGoogle Map Ads เห็นผลเร็วแค่ไหน?

Google Map Ads เห็นผลเร็วมากครับ โดยปกติภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังเปิดแคมเปญ โฆษณาจะเริ่มแสดงผลและมีลูกค้าโทรมาหรือขอ Directions ร้านที่ตั้งค่าถูกต้องและมี Google Business Profile สมบูรณ์ มักเห็นลูกค้าเพิ่มขึ้นภายใน 3-7 วันแรก

Qควรตั้ง Radius ของโฆษณากว้างแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับประเภทร้านและทำเล สำหรับร้านอาหารทั่วไปในเมือง แนะนำ 1-3 กิโลเมตร เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ยอมเดินทางไกลเพื่อมาทานอาหาร หากเป็นร้านอาหารพิเศษ เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่น Omakase หรือร้านที่มีเมนูเฉพาะ อาจขยาย Radius ได้ถึง 5-10 กิโลเมตร เพราะลูกค้าพร้อมเดินทางไกลกว่า

พร้อมเพิ่มลูกค้าเข้าร้านอาหาร
ด้วย Google Map Ads แล้วหรือยัง?

ทีมผู้เชี่ยวชาญ 99 Ads Agency ภูเก็ต พร้อมช่วยตั้งค่าและบริหาร Google Map Ads ให้ร้านอาหารของคุณ เห็นลูกค้าเพิ่มภายใน 7 วัน ปรึกษาฟรีไม่มีข้อผูกมัด

093 140 4295
💬 ติดต่อเราผ่าน LINE ได้เลย!