ช่วง Low Season คือความท้าทายที่รีสอร์ทและโรงแรมทั่วไทยต้องเผชิญทุกปี ห้องพักว่างเปล่า รายได้ลดลง และพนักงานที่ต้องดูแลก็ยังคงอยู่ แต่ปัญหานี้แก้ได้ครับ ด้วยกลยุทธ์โฆษณาออนไลน์ที่ถูกต้อง รีสอร์ทหลายแห่งสามารถเพิ่มการจองช่วง Low Season ได้มากกว่า 200% ภายใน 3 เดือน
ทำไมรีสอร์ทถึงเงียบช่วง Low Season
ปัญหาห้องว่างช่วง Low Season ไม่ได้เกิดจากการที่ไม่มีคนอยากเดินทาง แต่เกิดจากการที่รีสอร์ทไม่ได้ทำการตลาดอย่างถูกต้องในช่วงเวลานั้น ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ารีสอร์ทของคุณมีโปรโมชั่นพิเศษ หรือไม่เคยเห็นโฆษณาของคุณเลย
ข้อเท็จจริง: จากการสำรวจรีสอร์ทในภูเก็ตและสมุย พบว่า 78% ของรีสอร์ทที่ประสบปัญหาห้องว่างช่วง Low Season ไม่ได้ทำโฆษณาออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ และ 65% ไม่มีกลยุทธ์ Retargeting เลย

โฆษณาออนไลน์ช่วยดึงลูกค้าเข้ารีสอร์ทได้แม้ช่วง Low Season
วิธีที่ 1: Google Ads ดักลูกค้าที่กำลังค้นหา
Google Ads คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดสำหรับรีสอร์ทในช่วง Low Season เพราะช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าที่กำลังค้นหาที่พักอยู่จริงๆ ในขณะนั้น ไม่ใช่แค่คนที่เลื่อนดู Feed โซเชียลมีเดีย
Search Ads
ใช้ Keywords เช่น 'ที่พักภูเก็ตราคาถูก', 'รีสอร์ทสมุย Low Season' เพื่อดักลูกค้า High Intent
Performance Max
ให้ AI ของ Google จัดการโฆษณาข้ามทุกแพลตฟอร์มอัตโนมัติ เหมาะสำหรับรีสอร์ทที่มีงบจำกัด
Hotel Ads
แสดงราคาห้องพักโดยตรงใน Google Search และ Google Maps เพิ่ม Direct Booking ลด OTA Commission
เคล็ดลับ: ช่วง Low Season ราคา CPC (Cost Per Click) ของ Keywords ที่พักมักถูกกว่าช่วง High Season 30-50% ทำให้งบโฆษณาเดิมได้ผลลัพธ์มากขึ้น
วิธีที่ 2: Meta Ads สร้างความต้องการใหม่
Facebook และ Instagram Ads ช่วยสร้าง Awareness และกระตุ้นความต้องการเดินทางในกลุ่มคนที่ยังไม่ได้วางแผน ด้วยภาพและวิดีโอที่สวยงามของรีสอร์ท ควบคู่กับโปรโมชั่น Low Season ที่น่าสนใจ

5 กลยุทธ์หลักในการเพิ่มการจองรีสอร์ทช่วง Low Season
Format ที่ได้ผลดีสำหรับรีสอร์ท
- Reels/Video Ads — แสดงบรรยากาศรีสอร์ทและกิจกรรม Low Season
- Carousel Ads — แสดงห้องพักหลายประเภทพร้อมราคา Low Season
- Lead Generation Ads — เก็บข้อมูลลูกค้าที่สนใจโดยตรงใน Facebook
- Advantage+ Shopping — ให้ AI เลือก Format ที่ดีที่สุดอัตโนมัติ
วิธีที่ 3: Retargeting ดึงคนที่เคยสนใจกลับมา
Retargeting คือกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดสำหรับรีสอร์ท เพราะกำหนดเป้าหมายไปยังคนที่เคยสนใจรีสอร์ทของคุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ เคย Like Facebook Page หรือเคยดูวิดีโอของคุณ
ติดตั้ง Meta Pixel และ Google Tag
ติดตั้ง Tracking Code บนเว็บไซต์รีสอร์ทเพื่อเก็บข้อมูลผู้เข้าชม
สร้าง Custom Audience
สร้างกลุ่มเป้าหมายจากผู้ที่เข้าชมหน้าจองห้องแต่ยังไม่ได้จอง
ออกแบบโฆษณา Retargeting
สร้างโฆษณาพร้อมข้อเสนอพิเศษ Low Season เช่น ส่วนลด 25% เฉพาะ 48 ชั่วโมง
ตั้งค่า Frequency Cap
จำกัดการแสดงโฆษณาไม่เกิน 3-5 ครั้งต่อวันเพื่อไม่ให้รู้สึก Annoying
วิธีที่ 4: Line Ads เข้าถึงลูกค้าไทยโดยตรง
Line มีผู้ใช้งานในไทยมากกว่า 54 ล้านคน และเป็นแอปที่คนไทยใช้ทุกวัน Line Ads จึงเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับรีสอร์ทที่ต้องการเข้าถึงลูกค้าคนไทยโดยเฉพาะ
ข้อดีของ Line Ads สำหรับรีสอร์ท: สามารถส่งโปรโมชั่นตรงถึง Line Official Account ของลูกค้าที่ Add Friend ไว้ ทำให้ Open Rate สูงกว่า Email Marketing ถึง 5-10 เท่า และสามารถ Chat โดยตรงเพื่อปิดการขายได้ทันที
วิธีที่ 5: กลยุทธ์โปรโมชั่น Low Season ที่ได้ผล
โฆษณาที่ดีต้องมาพร้อมกับข้อเสนอที่น่าสนใจ นี่คือ Package และโปรโมชั่นที่รีสอร์ทชั้นนำใช้เพิ่มการจองช่วง Low Season ได้จริง
Google Ads — ดักลูกค้าที่กำลังค้นหา
ใช้ Search Ads ด้วย Keywords เช่น 'ที่พักภูเก็ต Low Season' หรือ 'รีสอร์ทราคาพิเศษ' เพื่อดักลูกค้าที่มี Intent สูง
Meta Ads — สร้างความต้องการใหม่
ใช้ Facebook/Instagram Ads แสดงภาพรีสอร์ทสวยงามพร้อมโปรโมชั่น Low Season เพื่อกระตุ้นให้คนอยากมาพัก
Retargeting — ดึงคนที่สนใจกลับมา
ติดตั้ง Pixel บนเว็บไซต์และ Retarget ผู้ที่เคยเข้าชมแต่ยังไม่ได้จอง ด้วยข้อเสนอพิเศษที่น่าสนใจกว่าเดิม
Line Ads — เข้าถึงลูกค้าไทยโดยตรง
ใช้ Line Ads ส่งโปรโมชั่นตรงถึงกลุ่มเป้าหมายคนไทยที่ใช้ Line เป็นประจำ มี Conversion Rate สูงสำหรับตลาดในประเทศ
กลยุทธ์โปรโมชั่น Low Season
สร้าง Package พิเศษ เช่น Early Bird, Stay 3 Pay 2 หรือ Free Breakfast เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการจองช่วง Low Season

ผลลัพธ์จริงจากการทำโฆษณาออนไลน์สำหรับรีสอร์ทช่วง Low Season
บทความที่เกี่ยวข้อง
Google Hotel Ads คืออะไร ทำไมรีสอร์ทต้องใช้
เพิ่ม Direct Booking ลด OTA Commission ด้วย Google Hotel Ads
Meta Ads สำหรับโรงแรมและรีสอร์ท
คู่มือการใช้ Facebook และ Instagram Ads เพิ่มการจองโรงแรม
การตลาด Low Season สำหรับโรงแรมภูเก็ต
กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลสำหรับโรงแรมภูเก็ตช่วง Low Season
OTA vs Direct Booking โรงแรมควรเลือกอะไร
เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและกลยุทธ์เพิ่ม Direct Booking
คำถามที่พบบ่อย
Qช่วง Low Season รีสอร์ทควรใช้งบโฆษณาเท่าไหร่?
สำหรับรีสอร์ทขนาดกลาง (20-50 ห้อง) ควรตั้งงบโฆษณาออนไลน์ช่วง Low Season ที่ 15,000-30,000 บาทต่อเดือน โดยแบ่งเป็น Google Ads 40%, Meta Ads 40% และ Line Ads 20% การลงทุนนี้สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 3-5 เท่าของงบที่ใช้ไปหากทำอย่างถูกต้อง
QGoogle Ads หรือ Facebook Ads เหมาะกับรีสอร์ทมากกว่ากัน?
ทั้งสองแพลตฟอร์มมีจุดแข็งต่างกัน Google Ads เหมาะสำหรับดักลูกค้าที่กำลังค้นหาที่พักอยู่แล้ว (High Intent) ส่วน Facebook/Instagram Ads เหมาะสำหรับสร้างความต้องการใหม่และ Retargeting ผู้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ แนะนำให้ใช้ทั้งสองควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Qควรเริ่มทำโฆษณา Low Season ก่อนเข้าฤดูกาลกี่เดือน?
ควรเริ่มวางแผนและทำโฆษณาล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนเข้าช่วง Low Season เพราะลูกค้าส่วนใหญ่วางแผนการเดินทางล่วงหน้า การเริ่มต้นเร็วช่วยให้ระบบ AI ของ Google และ Meta เรียนรู้กลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น และช่วยให้คุณสามารถปรับกลยุทธ์ได้ทันก่อนฤดูกาลจริง
QRetargeting ช่วยรีสอร์ทได้อย่างไรในช่วง Low Season?
Retargeting ช่วยดึงผู้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์หรือ Facebook Page ของรีสอร์ทกลับมาจองห้องพัก โดยแสดงโฆษณาพร้อมข้อเสนอพิเศษ Low Season เช่น ส่วนลด 20-30% หรือ Package พิเศษ ลูกค้ากลุ่มนี้มีโอกาสจองสูงกว่าลูกค้าใหม่ถึง 3-5 เท่า เพราะเคยสนใจรีสอร์ทของคุณมาก่อนแล้ว
Qควรทำ SEO หรือโฆษณาออนไลน์ก่อนสำหรับรีสอร์ท?
สำหรับรีสอร์ทที่ต้องการผลลัพธ์เร็ว แนะนำให้เริ่มจากโฆษณาออนไลน์ก่อน เพราะเห็นผลภายใน 1-2 สัปดาห์ ส่วน SEO ใช้เวลา 3-6 เดือนจึงเห็นผล ทำทั้งสองควบคู่กันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในระยะยาว โดย SEO ช่วยลดต้นทุนโฆษณาในระยะยาว
