Google Shopping Adsร้านค้าออนไลน์
อ่าน 12 นาที

ร้านค้าออนไลน์ยอดขายหยุดนิ่ง
ฟื้นรายได้
ด้วย Google Shopping Ads

คู่มือฉบับปฏิบัติสำหรับเจ้าของร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการเพิ่มยอดขายด้วย Google Shopping Ads ตั้งแต่ตั้งค่า Product Feed, Smart Bidding ไปจนถึงเพิ่ม ROAS 7x ใน 90 วัน

อัปเดต เมษายน 2569
โดย 99 Ads Agency
093 140 4295
Google Shopping Ads สำหรับร้านค้าออนไลน์

ROAS เฉลี่ย

7x ใน 90 วัน

7x

ROAS เฉลี่ยที่ทำได้

50%

CPC ลดลงเฉลี่ย

300%

ยอดขายเพิ่มขึ้น

90 วัน

เห็นผลลัพธ์ชัดเจน

ทำไม Google Shopping Ads ถึงเหมาะกับร้านค้าออนไลน์

เจ้าของร้านค้าออนไลน์หลายคนเริ่มต้นด้วย Google Search Ads แต่พบว่า CPC สูง Conversion ต่ำ และยากที่จะแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ที่มีงบโฆษณามากกว่า Google Shopping Ads คือทางออกที่ดีกว่าสำหรับร้านค้าที่มีสินค้าจับต้องได้ เพราะแสดงรูปสินค้า ราคา และชื่อร้านในผลการค้นหาโดยตรง

ข้อมูลจาก Google: Shopping Ads มี CTR สูงกว่า Text Ads 30-50% และ Conversion Rate สูงกว่าเนื่องจากผู้ซื้อเห็นรูปสินค้าและราคาก่อนคลิก ทำให้ Traffic ที่ได้มี Purchase Intent สูงกว่ามาก

ข้อได้เปรียบหลักของ Shopping Ads คือ Google เลือก keyword ให้อัตโนมัติจาก Product Feed ไม่ต้องเสียเวลา research keyword เอง และสามารถแสดงสินค้าหลายชิ้นพร้อมกันในตำแหน่ง Shopping Carousel ด้านบนสุดของหน้าค้นหา

Visual Search Results

แสดงรูปสินค้า ราคา และชื่อร้านในผลค้นหา ดึงดูดสายตาได้ดีกว่า Text Ads

High Purchase Intent

ผู้คลิกมีความตั้งใจซื้อสูง เพราะเห็นราคาและรูปสินค้าก่อนตัดสินใจคลิก

วัดผลได้ชัดเจน

ติดตาม ROAS, Revenue, Conversion ได้แบบ Real-time ผ่าน Google Ads Dashboard

ตั้งค่า Product Feed ให้ถูกต้องก่อนเริ่มแคมเปญ

Product Feed คือหัวใจของ Google Shopping Ads ถ้า Feed ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ แคมเปญจะแสดงน้อยหรือไม่แสดงเลย ก่อนเริ่มแคมเปญต้องตรวจสอบ Feed ให้ครบทุกจุด

การตั้งค่า Product Feed สำหรับ Google Shopping Ads

องค์ประกอบสำคัญของ Product Feed ที่ดีสำหรับ Google Shopping Ads

1

ชื่อสินค้า (Title) — สำคัญที่สุด

ใส่ Brand + Model + Attribute เช่น 'Nike Air Max 270 สีดำ ไซส์ 42' ความยาวอุดมคติ 70-150 ตัวอักษร ใส่ keyword ที่ลูกค้าค้นหาจริง

2

รูปภาพสินค้า — ต้องคมชัด

ใช้รูปพื้นหลังขาว ขนาดขั้นต่ำ 800x800px ห้ามมี watermark หรือข้อความโปรโมชั่นในรูป รูปที่ดีเพิ่ม CTR ได้ 20-40%

3

ราคาต้องตรงกับหน้าเว็บ

ราคาใน Feed ต้องตรงกับราคาบนหน้าสินค้า 100% ถ้าไม่ตรง Google จะ Disapprove สินค้าทันที ควรอัปเดต Feed อัตโนมัติทุกวัน

4

หมวดหมู่สินค้า (Category)

ใช้ Google Product Category ที่ถูกต้อง ยิ่งละเอียดยิ่งดี เช่น 'Apparel & Accessories > Shoes > Athletic Shoes' ช่วยให้ Google จับคู่ keyword ได้แม่นยำขึ้น

5

GTIN / MPN สำหรับสินค้าแบรนด์

ถ้าขายสินค้าแบรนด์ดังควรใส่ GTIN (บาร์โค้ด) หรือ MPN ช่วยให้ Google จับคู่สินค้าได้ดีขึ้นและลด CPC

เคล็ดลับ Pro: ตรวจสอบ Merchant Center ทุกสัปดาห์ ดูรายงาน Diagnostics เพื่อหาสินค้าที่ถูก Disapprove หรือมี Warning แก้ไขให้ครบก่อนเพิ่มงบโฆษณา เพราะสินค้าที่ Disapprove จะไม่แสดงในแคมเปญ

โครงสร้างแคมเปญ Shopping Ads ที่ได้ผล

โครงสร้างแคมเปญที่ดีช่วยให้ควบคุมงบประมาณและ Optimize ได้ง่ายขึ้น สำหรับร้านค้าออนไลน์ทั่วไปแนะนำให้แบ่งแคมเปญตามกลุ่มสินค้าหรือ Priority

โครงสร้างแนะนำ: 3-Campaign Strategy

Campaign 1: Best Sellers

High Priority

สินค้าขายดี 20% แรก ตั้ง Bid สูง เน้น ROAS

Campaign 2: Mid Range

Medium Priority

สินค้าทั่วไป Bid ปานกลาง ขยาย Reach

Campaign 3: Catch-All

Low Priority

สินค้าที่เหลือ Bid ต่ำ ดักจับ Long-tail

โครงสร้างแคมเปญ Google Shopping Ads ที่ได้ผล

โครงสร้างแคมเปญ Shopping Ads แบบ 3-Tier ที่ช่วยเพิ่ม ROAS ได้สูงสุด

Smart Bidding กลยุทธ์ราคาเพื่อเพิ่ม ROAS

การเลือก Bidding Strategy ที่ถูกต้องคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการเพิ่ม ROAS สำหรับ Shopping Ads มี 3 กลยุทธ์หลักที่ควรรู้จัก

แนะนำ

Target ROAS (tROAS) — แนะนำสำหรับร้านที่มีข้อมูล Conversion แล้ว

บอก Google ว่าต้องการ ROAS เท่าไหร่ เช่น 400% (ทุก 100 บาทที่จ่ายค่าโฆษณา ต้องการรายได้ 400 บาท) ต้องมี Conversion อย่างน้อย 50 ครั้ง/เดือนก่อนใช้

ยืดหยุ่น

Maximize Conversion Value — สำหรับร้านที่ต้องการเพิ่มรายได้สูงสุด

ให้ Google ใช้ Machine Learning หา Bid ที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่ม Revenue ภายในงบที่กำหนด เหมาะสำหรับร้านที่มีสินค้าหลากหลายราคา

เริ่มต้น

Manual CPC — สำหรับร้านที่เพิ่งเริ่มต้น

ควบคุม Bid เองทุก Ad Group ให้ข้อมูลมากที่สุดแต่ใช้เวลา Optimize มาก เหมาะสำหรับช่วง 2-4 สัปดาห์แรกเพื่อเก็บข้อมูล Conversion ก่อนเปลี่ยนเป็น Smart Bidding

เทคนิค Optimize ให้ยอดขายพุ่งต่อเนื่อง

หลังจากแคมเปญทำงานได้ 2-4 สัปดาห์ จะมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการ Optimize เทคนิคเหล่านี้ช่วยให้ ROAS เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Negative Keywords

เพิ่ม Negative Keywords เพื่อหยุดแสดงโฆษณาสำหรับ keyword ที่ไม่เกี่ยวข้อง ลด Wasted Spend ได้ 20-30%

Product Segmentation

แยก Ad Group ตาม Brand, Category หรือ Price Range เพื่อควบคุม Bid ได้แม่นยำขึ้น

Seasonal Adjustments

เพิ่ม Bid ช่วงเทศกาล เช่น 11.11, 12.12, วันหยุดยาว เพราะ Conversion Rate สูงขึ้น 2-3x

Audience Layering

เพิ่ม Bid สำหรับ Remarketing Audience (ผู้เคยเยี่ยมชมเว็บ) เพราะมี Conversion Rate สูงกว่า New Visitors 3-5x

Feed Optimization

ทดสอบ Title, Description และรูปภาพสินค้าอย่างสม่ำเสมอ Title ที่ดีเพิ่ม CTR ได้ 15-25%

Device Bid Adjustment

ตรวจสอบ Conversion Rate แยกตาม Device ถ้า Mobile Conversion ต่ำให้ลด Bid Mobile หรือปรับ Landing Page ให้ Mobile-friendly

กลยุทธ์ Optimize Google Shopping Ads เพิ่ม ROAS

กลยุทธ์ Shopping Ads ที่ช่วยเพิ่ม ROAS 7x และลด CPC 50% สำหรับร้านค้าออนไลน์

Case Study ร้านค้าออนไลน์ไทย ROAS 7x ใน 90 วัน

ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ในกรุงเทพฯ มีสินค้ากว่า 500 SKU เคยใช้ Facebook Ads เป็นหลักแต่ค่าโฆษณาสูงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเปลี่ยนมาใช้ Google Shopping Ads กับ 99 Ads Agency ผลลัพธ์ภายใน 90 วัน:

ROAS

2.1x

7.3x

CPC

฿18

฿9

Revenue/เดือน

฿180K

฿540K

Conversion Rate

1.2%

3.8%

สิ่งที่ทำ: (1) Restructure Product Feed ใหม่ทั้งหมด เพิ่ม keyword ใน Title (2) แบ่งแคมเปญเป็น 3 Tier ตาม Best Sellers / Mid Range / Catch-All (3) ตั้ง Target ROAS 500% หลังจากเก็บข้อมูล 30 วัน (4) เพิ่ม Remarketing Audience Bid +50% (5) ตัด Negative Keywords ทุกสัปดาห์

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

QGoogle Shopping Ads ต่างจาก Google Search Ads อย่างไร?

Google Shopping Ads แสดงรูปสินค้า ราคา และชื่อร้านค้าในผลการค้นหาโดยตรง ทำให้ผู้ซื้อเห็นข้อมูลก่อนคลิก ส่งผลให้ CTR สูงกว่า Search Ads ทั่วไป 30-50% และ Conversion Rate สูงกว่าเนื่องจากผู้คลิกมี Intent ซื้อชัดเจนกว่า

Qต้องมีงบโฆษณาเท่าไหร่ถึงจะเริ่ม Google Shopping Ads ได้?

สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่งบ 300-500 บาท/วัน แต่สำหรับผลลัพธ์ที่ชัดเจน แนะนำงบขั้นต่ำ 1,000-3,000 บาท/วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้าและการแข่งขันในหมวดหมู่ ร้านค้าที่มีสินค้าหลากหลายควรเริ่มจากสินค้าขายดี 20-30% ก่อน

QProduct Feed คืออะไร และต้องตั้งค่าอย่างไร?

Product Feed คือไฟล์ข้อมูลสินค้าที่ส่งให้ Google Merchant Center ประกอบด้วย ชื่อสินค้า ราคา รูปภาพ URL และหมวดหมู่ ควรอัปเดต Feed ทุกวันเพื่อให้ราคาและสต็อกถูกต้อง ชื่อสินค้าควรใส่ keyword ที่ลูกค้าค้นหา เช่น แบรนด์ สี ขนาด รุ่น

QROAS คืออะไร และควรตั้งเป้าไว้ที่เท่าไหร่?

ROAS (Return on Ad Spend) คืออัตราผลตอบแทนจากค่าโฆษณา คำนวณจาก รายได้ ÷ ค่าโฆษณา × 100 สำหรับร้านค้าออนไลน์ทั่วไป ROAS 400% (4x) ถือว่าดี แต่ถ้า Margin สินค้าต่ำควรตั้งเป้า ROAS 600-800% ขึ้นไปเพื่อให้ยังมีกำไร

Qทำไม Shopping Ads ถึงแสดงน้อยหรือไม่แสดงเลย?

สาเหตุหลักคือ Product Feed มีข้อผิดพลาด เช่น รูปภาพคุณภาพต่ำ ราคาไม่ตรงกับหน้าเว็บ หรือสินค้าถูก Disapprove ควรตรวจสอบ Merchant Center ทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ Bid ที่ต่ำเกินไปและ Quality Score ต่ำก็ทำให้ Impression น้อย

ต้องการผลลัพธ์จริงจาก Google Shopping Ads?

ทีม 99 Ads Agency มีประสบการณ์ตรงในการเพิ่ม ROAS ให้ร้านค้าออนไลน์ไทยมากกว่า 100 ร้าน ปรึกษาฟรีวันนี้ ไม่มีข้อผูกมัด

093 140 4295
💬 ติดต่อเราผ่าน LINE ได้เลย!