Hotel MarketingGoogle Ads
อ่าน 15 นาที

โรงแรมควรทำ
Google Ads หรือ OTA
ดีกว่ากัน?

เปรียบเทียบต้นทุนจริงระหว่าง Google Ads กับ OTA (Booking.com, Agoda) วิเคราะห์ค่า Commission, ROI และกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับโรงแรมแต่ละขนาดเพื่อเพิ่ม Direct Booking และลดต้นทุน

อัปเดต เมษายน 2026
โดย 99 Ads Agency
093 140 4295
โรงแรมควรทำ Google Ads หรือ OTA ดีกว่ากัน เปรียบเทียบต้นทุนจริง

ค่า Commission OTA

15–25% ต่อการจอง

15–25%

Commission OTA เฉลี่ย

400–800%

ROAS Google Hotel Ads

70%

จองผ่าน OTA โดยเฉลี่ย

200+

โรงแรมที่ทำงานด้วย

1
OTA คืออะไร ต้นทุนจริงที่โรงแรมต้องจ่าย

OTA (Online Travel Agency) คือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างนักท่องเที่ยวและโรงแรม ตัวอย่างที่รู้จักกันดีในไทย ได้แก่ Booking.com, Agoda, Expedia, Trip.com และ Hotels.com OTA มีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่และระบบค้นหาที่ทรงพลัง ทำให้โรงแรมสามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความสะดวกนี้มาพร้อมกับ ต้นทุนที่สูงกว่าที่หลายโรงแรมคิด ค่า Commission ที่ OTA เรียกเก็บไม่ใช่แค่ตัวเลขที่เห็นในสัญญา แต่ยังมีต้นทุนแอบแฝงอื่นๆ อีกมาก

ต้นทุนจริงของ OTA ที่โรงแรมมักมองข้าม

Commission มาตรฐาน

15–25% ต่อการจอง

Visibility Program

+3–5% เพิ่มเติม (เพื่ออันดับที่ดีขึ้น)

Preferred Partner

+2–4% สำหรับ Badge พิเศษ

Payment Processing

1–3% ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต

⚠️ ต้นทุนรวมที่แท้จริงอาจสูงถึง 25–35% ต่อการจอง เมื่อรวมทุกค่าใช้จ่าย

ลองคำนวณดูครับ ถ้าโรงแรมมีรายได้จากการจองผ่าน OTA 1,000,000 บาทต่อเดือน และเสีย Commission 20% นั่นหมายถึงโรงแรมจ่ายเงินให้ OTA ถึง 200,000 บาทต่อเดือน หรือ 2,400,000 บาทต่อปี ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากที่สามารถนำไปลงทุนใน Google Ads หรือ SEO เพื่อสร้าง Direct Booking Channel ของตัวเองได้

ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือ OTA เป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า ไม่ใช่โรงแรม เมื่อลูกค้าจองผ่าน OTA โรงแรมจะได้รับแค่ชื่อและวันเข้าพัก แต่ไม่ได้รับ Email, เบอร์โทร หรือข้อมูลที่จะนำไปใช้ทำ Remarketing ได้ในอนาคต ทำให้โรงแรมต้องพึ่งพา OTA ซ้ำๆ ในทุกการจอง

3
เปรียบเทียบต้นทุน: Google Ads vs OTA

การเปรียบเทียบต้นทุนระหว่าง Google Ads กับ OTA ต้องดูที่ Cost Per Booking (ต้นทุนต่อการจอง) ไม่ใช่แค่ตัวเลข Commission หรืองบโฆษณา เพราะต้นทุนที่แท้จริงขึ้นอยู่กับ ADR (Average Daily Rate), Conversion Rate และ Length of Stay ของโรงแรมแต่ละแห่ง

ตัวอย่างการคำนวณ: โรงแรม 50 ห้อง ADR 2,000 บาท/คืน

รายการOTAGoogle Ads
ราคาห้องพักเฉลี่ย2,000 บาท/คืน2,000 บาท/คืน
ค่าใช้จ่ายต่อการจอง400 บาท (20%)100–200 บาท (5–10%)
รายได้สุทธิต่อห้อง1,600 บาท1,800–1,900 บาท
เจ้าของข้อมูลลูกค้า❌ OTA เป็นเจ้าของ✅ โรงแรมเป็นเจ้าของ
Brand Building❌ สร้างแบรนด์ OTA✅ สร้างแบรนด์โรงแรม
Remarketing ได้ไหม❌ ไม่ได้✅ ได้

จากตัวอย่างข้างต้น ถ้าโรงแรมมีการจอง 100 ครั้งต่อเดือนผ่าน OTA (ADR 2,000 บาท) จะเสีย Commission 40,000 บาท ขณะที่ถ้าใช้ Google Ads ด้วยงบ 20,000 บาท และได้ Conversion 100 ครั้งเท่ากัน ต้นทุนต่อการจองจะอยู่ที่เพียง 200 บาท หรือ ประหยัดได้ถึง 20,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังได้ข้อมูลลูกค้าที่นำไปใช้ต่อได้อีกด้วย

4
Google Hotel Ads — ทางเลือกที่โรงแรมมองข้าม

Google Hotel Ads คือฟีเจอร์พิเศษของ Google ที่แสดงราคาห้องพักแบบ Real-time เมื่อนักท่องเที่ยวค้นหาโรงแรมบน Google Search, Google Maps หรือ Google Travel โดยแสดงราคาจากหลายแหล่งพร้อมกัน ทั้งจาก OTA และเว็บไซต์โรงแรมโดยตรง

ทำไม Google Hotel Ads ถึงสำคัญสำหรับโรงแรม

แสดงราคาตรงข้าม OTA บน Google Search
นักท่องเที่ยวเห็นและเปรียบเทียบได้ทันที
Conversion Rate สูงกว่า Search Ads ปกติ 2–3 เท่า
ไม่มีค่า Commission เมื่อจองตรง
ช่วยลด Billboard Effect ที่ OTA ใช้ประโยชน์
เชื่อมต่อกับ Google Maps และ Google Travel

วิธีเริ่มต้นใช้ Google Hotel Ads คือโรงแรมต้องมี Booking Engine ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Google เช่น Cloudbeds, SiteMinder, RoomRaccoon หรือ Booking Engine อื่นๆ ที่เป็น Google Partner จากนั้นสร้าง Google Business Profile และเชื่อมต่อกับ Google Ads Account เพื่อเริ่มแสดงราคาบน Google

สำหรับโรงแรมที่ยังไม่มี Booking Engine ที่รองรับ Google Hotel Ads สามารถเริ่มจาก กลยุทธ์ OTA Direct Booking ก่อน เพื่อสร้าง Foundation ที่แข็งแกร่งสำหรับการทำ Direct Booking ในระยะยาว

5
กลยุทธ์ลด OTA Commission ด้วย Direct Booking

เป้าหมายไม่ใช่การหยุดใช้ OTA ทันที แต่คือการ ลดสัดส่วนการจองผ่าน OTA จาก 70–80% เหลือ 30–40% ในระยะ 12–18 เดือน โดยใช้กลยุทธ์ที่ผสมผสานระหว่าง Google Ads, SEO, Email Marketing และ Loyalty Program

1. Best Rate Guarantee

ประกาศชัดเจนบนเว็บโรงแรมว่า 'จองตรงได้ราคาดีที่สุด' พร้อมเสนอสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เช่น Breakfast ฟรี, Late Checkout, หรือ Room Upgrade สำหรับการจองตรง

2. Loyalty Program

สร้างโปรแกรมสะสมแต้มหรือสมาชิกสำหรับลูกค้าที่จองตรง เมื่อลูกค้าได้รับสิทธิพิเศษจากการเป็นสมาชิก พวกเขาจะมีแรงจูงใจในการจองตรงในครั้งต่อไป

3. Retargeting ด้วย Meta Ads

ใช้ Meta Ads (Facebook/Instagram) ยิงโฆษณาซ้ำไปยังคนที่เคยเข้าเว็บโรงแรมหรือดูห้องพักแต่ยังไม่ได้จอง ร่วมกับ Google Ads Remarketing เพื่อดึงลูกค้ากลับมาจองตรง อ่านเพิ่มเติมเรื่อง Meta Ads สำหรับโรงแรม

4. Email Marketing หลังเช็คเอาต์

เก็บ Email ลูกค้าที่เคยพักและส่ง Personalized Offer ก่อนวันหยุดหรือ High Season เพื่อดึงให้กลับมาจองตรงอีกครั้ง ลูกค้าเก่ามี Conversion Rate สูงกว่าลูกค้าใหม่ 5–7 เท่า

6
โรงแรมแบบไหนควรใช้ช่องทางไหน

ไม่มีคำตอบตายตัวว่า Google Ads หรือ OTA ดีกว่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับขนาดโรงแรม, ระยะเวลาที่เปิดดำเนินการ, งบประมาณ และเป้าหมายทางธุรกิจ ตารางด้านล่างช่วยให้โรงแรมตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

โรงแรมที่เพิ่งเปิดใหม่ (0–1 ปี)

สัดส่วน OTA

สูง (70–80%)

สัดส่วน Google Ads

ต่ำ (20–30%)

เหตุผล

ต้องการ Visibility และ Reviews ก่อน Brand ยังไม่เป็นที่รู้จัก

โรงแรมขนาดเล็ก (10–30 ห้อง)

สัดส่วน OTA

ปานกลาง (50–60%)

สัดส่วน Google Ads

ปานกลาง (40–50%)

เหตุผล

ทดลอง Google Hotel Ads + Local SEO เพื่อสร้าง Direct Booking

โรงแรมขนาดกลาง (30–100 ห้อง)

สัดส่วน OTA

ต่ำ (40–50%)

สัดส่วน Google Ads

สูง (50–60%)

เหตุผล

มี Budget เพียงพอสำหรับ Google Ads + SEO + Email Marketing

โรงแรมขนาดใหญ่ (100+ ห้อง)

สัดส่วน OTA

ต่ำ (20–30%)

สัดส่วน Google Ads

สูง (70–80%)

เหตุผล

มี Brand Recognition แข็งแกร่ง ควรเน้น Direct Booking เป็นหลัก

7
วิธีคำนวณ ROI เปรียบเทียบ Google Ads กับ OTA

การคำนวณ ROI ที่ถูกต้องต้องดูที่ Net Revenue Per Booking ไม่ใช่แค่ Gross Revenue สูตรที่ใช้คือ

สูตรคำนวณ Cost Per Booking

OTA Cost Per Booking =

ADR × Commission Rate (%)

ตัวอย่าง: 2,000 × 20% = 400 บาท/การจอง

Google Ads Cost Per Booking =

Ad Spend ÷ จำนวนการจอง

ตัวอย่าง: 20,000 ÷ 100 = 200 บาท/การจอง

ROAS (Return on Ad Spend) =

Revenue จาก Ads ÷ Ad Spend × 100%

ตัวอย่าง: 200,000 ÷ 20,000 × 100% = 1,000% ROAS

นอกจาก Cost Per Booking แล้ว ควรคำนวณ Customer Lifetime Value (CLV) ด้วย ลูกค้าที่จองตรงผ่าน Google Ads มักกลับมาพักซ้ำในอัตราที่สูงกว่าลูกค้าจาก OTA เพราะโรงแรมสามารถทำ Email Marketing และ Loyalty Program ได้ ทำให้ CLV ของลูกค้า Direct Booking สูงกว่า OTA Customer 2–3 เท่าในระยะยาว

8
ข้อผิดพลาดที่โรงแรมมักทำเมื่อเปรียบเทียบ Google Ads กับ OTA

ดูแค่ Commission Rate ไม่ดู Total Cost

คำนวณ Total Cost รวม Visibility Program, Payment Processing และค่าใช้จ่ายแอบแฝงอื่นๆ ก่อนเปรียบเทียบ

หยุดใช้ OTA ทันทีโดยไม่มีแผนสำรอง

ค่อยๆ ลดสัดส่วน OTA ทีละ 10–15% ต่อปี ขณะที่เพิ่ม Direct Booking Channel ไปพร้อมกัน

ไม่มี Booking Engine ที่ใช้งานง่ายบน Mobile

ลงทุนใน Booking Engine ที่ Mobile-Friendly เพราะ 60–70% ของการค้นหาโรงแรมมาจาก Mobile

ไม่ทำ Remarketing ต่อเนื่อง

ตั้ง Remarketing Campaign ทั้งบน Google Ads และ Meta Ads เพื่อดึงคนที่เคยเข้าเว็บโรงแรมกลับมาจอง

ไม่เก็บ Email ลูกค้าที่จองตรง

สร้างระบบ Email Collection และ CRM ตั้งแต่วันแรก เพื่อทำ Repeat Booking ในอนาคต

9
แผนปฏิบัติการ 90 วัน สู่ Direct Booking

สำหรับโรงแรมที่ต้องการเริ่มลด OTA Dependency และเพิ่ม Direct Booking นี่คือแผน 90 วันที่ปฏิบัติได้จริง

เดือนที่ 1: วางรากฐาน

  • Audit เว็บไซต์โรงแรม ตรวจสอบ Mobile-Friendly และ Page Speed
  • ตั้ง Google Business Profile ให้สมบูรณ์ พร้อมรูปภาพคุณภาพสูง
  • เลือกและติดตั้ง Booking Engine ที่รองรับ Google Hotel Ads
  • ตั้ง Google Analytics 4 และ Google Ads Conversion Tracking
  • สร้าง Best Rate Guarantee Policy บนเว็บโรงแรม

เดือนที่ 2: เริ่มยิงโฆษณา

  • เปิด Google Hotel Ads Campaign เชื่อมต่อกับ Booking Engine
  • เปิด Google Search Ads สำหรับ Brand Keywords ของโรงแรม
  • ตั้ง Remarketing Campaign สำหรับคนที่เข้าเว็บแต่ยังไม่จอง
  • เริ่มเก็บ Email ลูกค้าที่จองตรงและสร้าง Email List
  • ทดสอบ Meta Ads Retargeting ควบคู่กับ Google Ads

เดือนที่ 3: วัดผลและปรับปรุง

  • วิเคราะห์ Cost Per Booking เปรียบเทียบ Google Ads vs OTA
  • ปรับ Budget ให้ Channel ที่มี ROI สูงกว่า
  • เริ่ม SEO สำหรับ Local Keywords เพื่อ Organic Traffic ระยะยาว
  • ส่ง Email Campaign ไปยังลูกค้าเก่าพร้อม Exclusive Offer
  • ตั้งเป้าลด OTA Dependency 10–15% ในไตรมาสถัดไป

การลด OTA Dependency ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในชั่วข้ามคืน แต่ด้วยแผนที่ชัดเจนและการลงทุนที่สม่ำเสมอ โรงแรมส่วนใหญ่สามารถลด OTA Commission ได้ 30–50% ภายใน 12–18 เดือน ซึ่งหมายถึงการประหยัดเงินหลักแสนถึงหลักล้านบาทต่อปี สำหรับโรงแรมที่ต้องการความช่วยเหลือในการวางกลยุทธ์ อ่านเพิ่มเติมเรื่อง OTA Direct Booking Strategy หรือ SEO เว็บไซต์โรงแรม เพื่อสร้าง Organic Traffic ระยะยาว

?
คำถามที่พบบ่อย

พร้อมลด OTA Commission และเพิ่ม Direct Booking แล้วหรือยัง?

ทีมผู้เชี่ยวชาญ 99 Ads Agency พร้อมช่วยโรงแรมของคุณวางกลยุทธ์ Google Ads และ Direct Booking ที่เหมาะสมกับขนาดและงบประมาณของโรงแรม รับคำปรึกษาฟรีวันนี้

093 140 4295
ทีมผู้เชี่ยวชาญ 5+ ปี
ROI เฉลี่ย 300%+
200+ แบรนด์ไว้วางใจ
💬 ติดต่อเราผ่าน LINE ได้เลย!