Quality Score คืออะไร
Quality Score หรือ คะแนนคุณภาพ คือคะแนนที่ Google ให้กับแต่ละ keyword ในบัญชี Google Ads ของคุณ มีค่าตั้งแต่ 1 ถึง 10 โดย 10 คือคะแนนสูงสุด คะแนนนี้สะท้อนให้เห็นว่าโฆษณาและ Landing Page ของคุณมีความเกี่ยวข้องและมีคุณภาพมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับโฆษณาอื่นที่แข่งขันในตำแหน่งเดียวกัน
หลายคนเข้าใจผิดว่า Google Ads คือการ "จ่ายแพงกว่า = ได้อันดับสูงกว่า" แต่ความจริงคือ Google ใช้สูตร Ad Rank = Max CPC × Quality Score × Ad Extensions Impact ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถชนะคู่แข่งที่จ่ายแพงกว่าได้ หากมี Quality Score สูงกว่า
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด
สมมติว่าคุณ bid สูงสุด 30 บาท/คลิก และมี Quality Score 5 → Ad Rank = 150
คู่แข่ง bid สูงสุด 20 บาท/คลิก แต่มี Quality Score 9 → Ad Rank = 180
ผลลัพธ์: คู่แข่งได้อันดับสูงกว่าคุณ ทั้งที่จ่ายน้อยกว่า 33%
3 องค์ประกอบหลักของ Quality Score

3 องค์ประกอบที่กำหนด Quality Score ของ Google Ads
Expected Click-Through Rate (CTR คาดการณ์)
น้ำหนักสูงสุด ~40%Google ประเมินว่าโฆษณาของคุณมีโอกาสถูกคลิกมากแค่ไหน เมื่อแสดงสำหรับ keyword นั้นๆ โดยเปรียบเทียบกับโฆษณาอื่นในตำแหน่งเดียวกัน หาก CTR ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แสดงว่า Ad Copy ของคุณยังไม่น่าสนใจพอ
Ad Relevance (ความเกี่ยวข้องของโฆษณา)
น้ำหนักปานกลาง ~30%วัดว่าข้อความโฆษณาของคุณตรงกับ keyword ที่ผู้ใช้ค้นหามากแค่ไหน หาก keyword ว่า 'รองเท้าวิ่ง Nike' แต่โฆษณาพูดถึงแค่ 'รองเท้า' ทั่วไป ความเกี่ยวข้องจะต่ำ ทางแก้คือจัดกลุ่ม keyword ให้แคบลงและเขียน Ad Copy ที่ตรงกับแต่ละกลุ่ม
Landing Page Experience (ประสบการณ์หน้า Landing Page)
น้ำหนักปานกลาง ~30%Google Bot จะวิเคราะห์ Landing Page ของคุณว่ามีเนื้อหาตรงกับ keyword และโฆษณาหรือไม่ โหลดเร็วแค่ไหน และผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ดีหรือไม่ หน้าที่โหลดช้า ไม่ responsive หรือมีเนื้อหาไม่ตรงกับโฆษณาจะได้คะแนนต่ำ
ทำไม Quality Score ถึงสำคัญมาก

Quality Score 3/10 vs 9/10 — ผลต่างที่เห็นได้ชัดต่อ CPC และ Ad Rank
Quality Score ส่งผลต่อธุรกิจของคุณใน 3 ด้านหลัก ซึ่งล้วนส่งผลต่อ ROI ของแคมเปญโดยตรง
ค่าคลิกต่ำลง
Quality Score สูงขึ้น 1 คะแนน ลดค่าคลิกได้ประมาณ 16% โดยเฉลี่ย เพิ่มจาก 5 เป็น 10 อาจลดค่าคลิกได้ถึง 50%
อันดับโฆษณาสูงขึ้น
Ad Rank สูงขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่ม bid ทำให้โฆษณาแสดงในตำแหน่งที่ดีกว่า ได้รับ impression และ click มากขึ้น
ROI ดีขึ้นอย่างมาก
จ่ายน้อยลงแต่ได้ traffic คุณภาพสูงขึ้น ส่งผลให้ Conversion Rate และ ROAS ดีขึ้นโดยรวม
ข้อมูลจาก WordStream
โฆษณาที่มี Quality Score 10 จ่ายค่าคลิกน้อยกว่าโฆษณาที่มี Quality Score 5 ถึง 50% ในขณะที่ได้อันดับสูงกว่า หมายความว่าคุณสามารถประหยัดงบโฆษณาได้ครึ่งหนึ่งโดยที่ผลลัพธ์ยังดีกว่าเดิม
7 วิธีเพิ่ม Quality Score ที่ได้ผลจริง

5 ขั้นตอนหลักในการปรับปรุง Google Ads ให้ได้ Quality Score สูง
จัดกลุ่ม Ad Group ให้แคบและตรงประเด็น (SKAG)
Single Keyword Ad Group (SKAG) คือการสร้าง Ad Group ที่มี keyword เพียง 1-3 คำที่เกี่ยวข้องกันมาก แล้วเขียน Ad Copy ที่ตรงกับ keyword นั้นโดยเฉพาะ วิธีนี้เพิ่ม Ad Relevance ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะโฆษณาตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้ค้นหาทุกคำ
เขียน Ad Copy ที่มี Keyword หลักในชื่อโฆษณา
ใส่ keyword หลักใน Headline 1 ของโฆษณาเสมอ เพราะ Google จะ bold ข้อความที่ตรงกับคำค้นหา ทำให้โฆษณาดูโดดเด่นและน่าคลิกมากขึ้น ส่งผลให้ CTR สูงขึ้นและ Quality Score ดีขึ้นตามมา
ปรับปรุง Landing Page ให้ตรงกับ Ad Copy
หน้า Landing Page ต้องมีเนื้อหาที่ตรงกับ keyword และโฆษณาอย่างชัดเจน หาก keyword คือ 'ทำ Google Ads ภูเก็ต' Landing Page ต้องพูดถึงบริการ Google Ads ในภูเก็ตโดยเฉพาะ ไม่ใช่หน้า homepage ทั่วไป
เพิ่มความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ
Google ใช้ Page Speed เป็นส่วนหนึ่งของ Landing Page Experience หน้าที่โหลดช้ากว่า 3 วินาทีจะได้คะแนนต่ำ ใช้ Google PageSpeed Insights เพื่อตรวจสอบและปรับปรุง โดยเฉพาะบนมือถือซึ่งมีผู้ใช้มากกว่า 60%
ใช้ Negative Keywords กรอง Traffic ไม่มีคุณภาพ
เพิ่ม Negative Keywords เพื่อป้องกันไม่ให้โฆษณาแสดงกับ search queries ที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น หากขายบริการ Google Ads ให้เพิ่ม 'ฟรี' 'DIY' 'เรียนรู้เอง' เป็น negative keywords เพื่อให้โฆษณาแสดงเฉพาะกับคนที่พร้อมจ้างบริการจริงๆ
เพิ่ม Ad Extensions ให้ครบทุกประเภท
ใช้ Sitelink Extension, Callout Extension, Call Extension, Location Extension และ Structured Snippet ให้ครบ Ad Extensions ช่วยเพิ่ม CTR ได้ 10-15% โดยเฉลี่ย และ Google ยังพิจารณา Extensions ใน Ad Rank ด้วย ทำให้ได้อันดับสูงขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่ม bid
ทดสอบ Ad Copy อย่างต่อเนื่อง (A/B Testing)
สร้าง Responsive Search Ad (RSA) พร้อม Headline อย่างน้อย 8-10 อัน และ Description 4 อัน เพื่อให้ Google ทดสอบและเลือก combination ที่ได้ CTR สูงสุดโดยอัตโนมัติ ตรวจสอบ Ad Strength ให้อยู่ระดับ 'Excellent' เสมอ
ปรับปรุง Landing Page ให้ Google ชอบ
Landing Page Experience เป็นองค์ประกอบที่หลายคนมองข้าม แต่ส่งผลต่อ Quality Score อย่างมาก Google Bot จะวิเคราะห์หน้าเว็บของคุณในหลายมิติ ดังนี้
ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา
เนื้อหาหน้าต้องตรงกับ keyword และ Ad Copy อย่างชัดเจน ใส่ keyword หลักใน H1, H2 และเนื้อหาหลักของหน้า
ความเร็วในการโหลด
ควรโหลดได้ภายใน 2-3 วินาที บน mobile ใช้ Google PageSpeed Insights ตรวจสอบและแก้ไข
Mobile-Friendly Design
มากกว่า 60% ของ search เกิดบนมือถือ หน้าต้อง responsive และใช้งานง่ายบนทุกขนาดหน้าจอ
ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย
ต้องมี HTTPS, ข้อมูลติดต่อชัดเจน, นโยบายความเป็นส่วนตัว และไม่มี pop-up ที่รบกวนผู้ใช้
เคล็ดลับจากทีม 99 Ads Agency
สร้าง Landing Page แยกสำหรับแต่ละ Ad Group แทนที่จะส่งทุก keyword ไปยังหน้าเดียวกัน เช่น keyword "Google Ads ภูเก็ต" ควรไปยังหน้าที่พูดถึงบริการ Google Ads ในภูเก็ตโดยเฉพาะ ไม่ใช่หน้า homepage ทั่วไป วิธีนี้เพิ่ม Landing Page Experience ได้อย่างมีนัยสำคัญ
เขียน Ad Copy ที่ตรงกับ Keyword
Ad Copy ที่ดีต้องทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่า "นี่คือสิ่งที่ฉันกำลังหา" ทันทีที่เห็น ซึ่งจะเพิ่มทั้ง CTR และ Ad Relevance พร้อมกัน
❌ Ad Copy ที่ทำให้ Quality Score ต่ำ
บริการการตลาดออนไลน์ | ราคาดี
www.example.com/marketing
เราให้บริการการตลาดออนไลน์ครบวงจร ติดต่อเราวันนี้
ปัญหา: ไม่มี keyword หลัก, ไม่มี USP ชัดเจน, CTA อ่อนแอ
✅ Ad Copy ที่เพิ่ม Quality Score
Google Ads ภูเก็ต | ผู้เชี่ยวชาญ 10 ปี | ROI 300%+
99adsagency.com/google-ads
รับทำ Google Ads ภูเก็ต โดยผู้เชี่ยวชาญ ลูกค้า 500+ ราย ปรึกษาฟรีวันนี้
ดี: มี keyword ใน Headline, มี Social Proof, CTA ชัดเจน
Case Study จากลูกค้า 99 Ads Agency
ธุรกิจ: คลินิกความงาม ภูเก็ต
ลูกค้าเริ่มต้นด้วย Quality Score เฉลี่ย 3.2/10 ค่าคลิกสูง 85 บาท/คลิก และ Conversion Rate เพียง 1.2%
Quality Score
3.2/10
8.7/10
ค่าคลิก (CPC)
85 บาท
42 บาท
Conversion Rate
1.2%
4.1%
สิ่งที่ทำ: จัดกลุ่ม keyword ใหม่เป็น SKAG, สร้าง Landing Page แยกสำหรับแต่ละบริการ, เพิ่ม Negative Keywords 200+ คำ, ปรับปรุง Ad Copy ให้มี keyword ใน Headline ทุกโฆษณา และเพิ่ม Ad Extensions ครบทุกประเภท ผลลัพธ์ใน 6 สัปดาห์: ค่าคลิกลดลง 51% Conversion เพิ่มขึ้น 242%
บทความที่เกี่ยวข้อง
Google Ads คืออะไร วิธีใช้ Google Ads สำหรับธุรกิจไทย
เริ่มต้นใช้ Google Ads ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับมืออาชีพ
วิธีคำนวณ ROI โฆษณาออนไลน์ให้แม่นยำ
สูตรคำนวณ ROI และ ROAS สำหรับ Google Ads และ Facebook Ads
ยิงแอดแล้วไม่มี Conversion แก้ยังไง
สาเหตุและวิธีแก้ไขเมื่อโฆษณาไม่ได้ผล
วิธีแก้ทักผี Facebook Ads เทคนิคกรองแชทไร้คุณภาพ
แก้ปัญหาทักผีและเพิ่ม ROAS ด้วย 7 วิธีที่ได้ผลจริง
คำถามที่พบบ่อย
QQuality Score ที่ดีควรอยู่ที่เท่าไหร่?
Quality Score ที่ดีควรอยู่ที่ 7-10 คะแนน โดย 7+ ถือว่าดี 8+ ถือว่าดีมาก และ 9-10 ถือว่าเยี่ยมยอด หากคะแนนต่ำกว่า 5 ควรเร่งปรับปรุงทันที เพราะจะทำให้ค่าคลิกสูงขึ้นและอันดับโฆษณาต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ
QQuality Score ส่งผลต่อค่าคลิก (CPC) อย่างไร?
Quality Score ส่งผลโดยตรงต่อ Ad Rank ซึ่งกำหนดทั้งอันดับโฆษณาและค่าคลิกจริงที่จ่าย สูตรคือ Ad Rank = Max CPC × Quality Score หากคะแนนเพิ่มจาก 5 เป็น 10 คุณอาจจ่ายค่าคลิกน้อยลงถึง 50% ในขณะที่ได้อันดับสูงกว่าคู่แข่งที่จ่ายแพงกว่า
QCTR ต่ำส่งผลต่อ Quality Score อย่างไร?
Expected CTR เป็นองค์ประกอบที่มีน้ำหนักมากที่สุดใน Quality Score Google เปรียบเทียบ CTR ของโฆษณาคุณกับโฆษณาอื่นที่แสดงในตำแหน่งเดียวกัน หาก CTR ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย คะแนนจะลดลง ทางแก้คือปรับ Ad Copy ให้น่าสนใจและตรงกับ Search Intent มากขึ้น
Qใช้เวลานานแค่ไหนกว่า Quality Score จะดีขึ้น?
หลังจากปรับปรุงแล้ว Quality Score มักจะเริ่มดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ เนื่องจาก Google ต้องการข้อมูล impression และ click ใหม่เพียงพอก่อนจะอัปเดตคะแนน การปรับปรุง Landing Page มักเห็นผลเร็วที่สุด ส่วน CTR ต้องใช้เวลาสะสม data มากกว่า
QNegative Keywords ช่วยเพิ่ม Quality Score ได้อย่างไร?
Negative Keywords ช่วยกรอง search queries ที่ไม่เกี่ยวข้องออก ทำให้โฆษณาแสดงเฉพาะกับคนที่มีแนวโน้มจะคลิก ส่งผลให้ CTR สูงขึ้นและ Quality Score ดีขึ้นตามมา นอกจากนี้ยังลดค่าโฆษณาที่สูญเปล่าได้อย่างมีนัยสำคัญ
QAd Extensions ช่วย Quality Score ได้จริงไหม?
Ad Extensions ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อ Quality Score แต่ช่วยเพิ่ม CTR ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของ Quality Score การใช้ Sitelink, Callout, Call Extension ทำให้โฆษณาดูน่าคลิกมากขึ้น และ Google ยังพิจารณา Ad Extensions ใน Ad Rank ด้วย ทำให้ได้อันดับสูงขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่ม bid
