คลังความรู้Google Ads 10 นาที

Google Ads คืออะไร
ใช้ยังไงให้คุ้ม?

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับธุรกิจในไทย ปี 2026

ตั้งแต่พื้นฐาน วิธีทำงาน ประเภทโฆษณา งบที่ควรใช้ และเทคนิคขั้นสูง เพื่อให้ทุกบาทที่ลงทุนได้ผลลัพธ์สูงสุด

Google Certified
ROI เฉลี่ย 300%+
200+ แบรนด์ไว้วางใจ
นักการตลาดวิเคราะห์ Google Ads Dashboard

ค้นหาบน Google ต่อวัน

8.5 พันล้านครั้ง

Google Ads คืออะไร? ทำไมธุรกิจต้องรู้จัก

Google Ads (เดิมชื่อ Google AdWords) คือแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พัฒนาโดย Google ช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถแสดงโฆษณาต่อผู้ที่กำลังค้นหาสินค้าหรือบริการของคุณ ในเวลาที่เหมาะสมที่สุด

ในแต่ละวัน มีการค้นหาบน Google กว่า 8,500 ล้านครั้ง ทั่วโลก และในไทยมีผู้ใช้ Google กว่า 50 ล้านคน ต่อเดือน นั่นหมายความว่าลูกค้าของคุณกำลังค้นหาสินค้าหรือบริการที่คุณมีอยู่ทุกวัน คำถามคือ พวกเขาจะเจอคุณหรือเจอคู่แข่ง?

Google Ads ทำงานบนหลักการ Pay-Per-Click (PPC)หมายความว่าคุณจ่ายเงินเฉพาะเมื่อมีคนคลิกโฆษณาของคุณ ไม่ใช่แค่เห็น ทำให้เป็นการลงทุนที่วัดผลได้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสูง

8.5B

การค้นหาต่อวัน

92%

ส่วนแบ่งตลาด Search

50M+

ผู้ใช้ Google ในไทย

200%

ROI เฉลี่ยจาก Google Ads

Google Ads ทำงานอย่างไร?

ระบบ Auction ที่ Google ใช้ไม่ได้ให้ตำแหน่งโฆษณากับคนที่จ่ายเงินมากที่สุด แต่ให้กับโฆษณาที่ มีคุณภาพและเกี่ยวข้องมากที่สุด

Google Ads Auction System — วิธีทำงานของระบบประมูลโฆษณา
1

ผู้ใช้พิมพ์ Keyword

เมื่อมีคนค้นหาบน Google ระบบจะตรวจสอบว่ามีโฆษณาใดที่ตั้ง Bid บน Keyword นั้นไว้บ้าง

2

Google คำนวณ Ad Rank

Ad Rank = Max CPC Bid × Quality Score + Ad Extensions Impact ผู้ที่มี Ad Rank สูงสุดจะได้ตำแหน่งบนสุด

3

โฆษณาแสดงผล

โฆษณาที่ผ่านเกณฑ์จะแสดงบน Search Results Page โดยมีป้าย 'Ad' กำกับ

4

จ่ายเมื่อมีคนคลิก

คุณจ่ายเงินเฉพาะเมื่อมีคนคลิกโฆษณา ราคาจริงที่จ่ายมักต่ำกว่า Max CPC ที่ตั้งไว้

Quality Score คืออะไร?

Quality Score คือคะแนน 1–10 ที่ Google ให้กับโฆษณาของคุณ โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก

Expected CTR

อัตราคลิกที่คาดการณ์

~35%

Ad Relevance

ความเกี่ยวข้องของโฆษณากับ Keyword

~35%

Landing Page

ประสบการณ์ของ Landing Page

~30%

เคล็ดลับ: Quality Score สูงขึ้น 1 คะแนน = ลดต้นทุนต่อคลิกได้ถึง 16%

ประเภทโฆษณา Google Ads มีอะไรบ้าง?

Google Ads มี 6 ประเภทหลัก แต่ละประเภทเหมาะกับเป้าหมายที่แตกต่างกัน

ประเภทโฆษณา Google Ads ทั้ง 4 รูปแบบ: Search, Display, YouTube, Shopping

Search Ads

โฆษณาข้อความที่แสดงบน Google Search เมื่อมีคนค้นหา Keyword ที่กำหนด เหมาะสำหรับดักลูกค้าที่มี Intent สูง

เหมาะกับ:ธุรกิจบริการ, อีคอมเมิร์ซ

Display Ads

แบนเนอร์รูปภาพที่แสดงบนเว็บไซต์พันธมิตรกว่า 2 ล้านเว็บ เหมาะสำหรับสร้าง Brand Awareness และ Retargeting

เหมาะกับ:แบรนด์, Retargeting

Shopping Ads

โฆษณาสินค้าพร้อมรูปภาพ ราคา และชื่อร้านค้าที่แสดงบน Google Search เหมาะสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

เหมาะกับ:อีคอมเมิร์ซ, ร้านค้าออนไลน์

Video Ads

โฆษณาวิดีโอบน YouTube ทั้งแบบ Skippable และ Non-skippable เหมาะสำหรับสร้าง Brand Story และ Engagement

เหมาะกับ:แบรนด์, สินค้า FMCG

Performance Max

แคมเปญ AI อัตโนมัติที่แสดงโฆษณาในทุกช่องทางของ Google พร้อมกัน ใช้ Machine Learning เพื่อ Optimize ผลลัพธ์

เหมาะกับ:ธุรกิจที่ต้องการ Conversion สูงสุด

Local Ads

โฆษณาที่เน้นดึงลูกค้าเข้าร้านค้าจริง แสดงบน Google Maps และ Search พร้อมข้อมูลที่อยู่และเวลาทำการ

เหมาะกับ:ร้านค้า, ธุรกิจท้องถิ่น

ควรใช้งบ Google Ads เท่าไหร่?

ไม่มีคำตอบตายตัว แต่นี่คือ Benchmark สำหรับธุรกิจในไทย

ธุรกิจขนาดเล็ก

5,000–15,000 บาท/เดือน

ร้านค้าท้องถิ่น, ฟรีแลนซ์, ธุรกิจเริ่มต้น

เพียงพอสำหรับ Search Ads 1–2 แคมเปญ

ธุรกิจขนาดกลาง

15,000–50,000 บาท/เดือน

SME, ร้านอีคอมเมิร์ซ, ธุรกิจบริการ

รองรับหลายแคมเปญ + Display + Retargeting

ธุรกิจขนาดใหญ่

50,000 บาทขึ้นไป/เดือน

แบรนด์ระดับประเทศ, อีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่

ครอบคลุมทุกช่องทาง + Performance Max

Google Ads ROI Chart — ผลตอบแทนจากการลงทุนโฆษณา Google

6 เทคนิค Google Ads ให้คุ้มทุกบาท

เทคนิคที่ทีมงาน 99 Ads Agency ใช้จริงในการจัดการแคมเปญลูกค้ากว่า 200+ แบรนด์

ใช้ Exact Match + Phrase Match

หลีกเลี่ยง Broad Match ในช่วงแรก เพราะจะทำให้งบหมดเร็วกับ Keyword ที่ไม่เกี่ยวข้อง เริ่มด้วย Exact Match เพื่อควบคุมงบได้แม่นยำกว่า

ตั้ง Negative Keywords

เพิ่ม Negative Keywords เพื่อกรอง Traffic ที่ไม่ต้องการออก เช่น คำว่า 'ฟรี', 'DIY', 'วิธีทำเอง' ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ 20–40%

ปรับ Landing Page ให้ตรงกับโฆษณา

Landing Page ที่ตรงกับ Keyword และโฆษณาจะช่วยเพิ่ม Quality Score ลดต้นทุนต่อคลิก และเพิ่ม Conversion Rate ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ติดตั้ง Conversion Tracking

ก่อนเปิดแคมเปญ ต้องติดตั้ง Google Tag Manager และตั้งค่า Conversion Tracking ให้ครบ ไม่เช่นนั้น Google AI จะไม่สามารถ Optimize ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

ใช้ Ad Extensions ให้ครบ

เพิ่ม Sitelink, Callout, Call Extension และ Structured Snippet เพื่อเพิ่มพื้นที่โฆษณาและ CTR โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ทดสอบ A/B Ad Copy

สร้างโฆษณาอย่างน้อย 3 เวอร์ชันต่อ Ad Group และทดสอบว่า Headline และ Description แบบไหนให้ CTR และ Conversion ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ Google Ads

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

พร้อมเริ่มต้น Google Ads
สำหรับธุรกิจของคุณ?

ทีมผู้เชี่ยวชาญ Google Certified ของ 99 Ads Agency พร้อมวิเคราะห์ธุรกิจและวางแผนแคมเปญที่เหมาะสมให้คุณฟรี