คลังความรู้เปรียบเทียบแพลตฟอร์ม 12 นาที

Facebook Ads กับ Google Ads
ต่างกันอย่างไร?

เลือกอันไหนดีสำหรับธุรกิจคุณ — คู่มือเปรียบเทียบฉบับสมบูรณ์

Facebook Ads และ Google Ads ต่างกันอย่างสิ้นเชิงในหลักการทำงาน บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างและเลือกได้ถูกต้อง

Meta & Google Certified
ROI เฉลี่ย 300%+
200+ แบรนด์ไว้วางใจ
เปรียบเทียบ Facebook Ads กับ Google Ads

ผู้ใช้ Facebook ในไทย

52 ล้านคน

3.07 พันล้านคน

ผู้ใช้ Facebook ทั่วโลก

8.5 พันล้านครั้ง/วัน

การค้นหาบน Google

200%เฉลี่ย

ROI จากการใช้ทั้งสองแพลตฟอร์ม

52 ล้านคน

ผู้ใช้ Facebook ในไทย

ทำไมต้องเปรียบเทียบ Facebook Ads กับ Google Ads?

เจ้าของธุรกิจหลายคนมักถามว่า "ควรลงโฆษณา Facebook หรือ Google ดีกว่ากัน?" คำตอบคือ ทั้งสองแพลตฟอร์มมีจุดแข็งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และการเลือกใช้ผิดแพลตฟอร์มอาจทำให้งบโฆษณาหมดไปโดยเปล่าประโยชน์

Google Ads ทำงานบนหลักการ Pull Marketing — รอให้ลูกค้าค้นหาสินค้าหรือบริการของคุณก่อน แล้วค่อยแสดงโฆษณา เปรียบเหมือนการวางป้ายโฆษณาไว้ตรงหน้าคนที่กำลังมองหาสิ่งที่คุณขายอยู่พอดี

Facebook Ads ทำงานบนหลักการ Push Marketing — คุณเป็นฝ่ายไปหาลูกค้าที่มีโปรไฟล์ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย แม้พวกเขายังไม่รู้จักสินค้าของคุณ เปรียบเหมือนการส่งใบปลิวให้คนที่น่าจะสนใจสินค้าของคุณโดยตรง

Facebook Ads

Push Marketing

แสดงโฆษณาหาลูกค้าตามโปรไฟล์ที่กำหนด ไม่ว่าพวกเขาจะกำลังทำอะไรอยู่บน Facebook, Instagram, Messenger

เหมาะกับ: สร้าง Brand Awareness, Impulse Buy

Google Ads

Pull Marketing

แสดงโฆษณาเมื่อลูกค้าค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของคุณบน Google Search, Maps, YouTube

เหมาะกับ: High Intent, Conversion โดยตรง

Facebook Ads: สร้างความต้องการและสร้างการรับรู้

Facebook Ads ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 52 ล้านคนในไทย บน Meta platforms ได้แก่ Facebook, Instagram, Messenger และ Audience Network

จุดแข็งที่สุดของ Facebook Ads คือ Targeting ที่ละเอียดมาก — คุณสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายตามอายุ, เพศ, ความสนใจ, พฤติกรรมการซื้อ, สถานะความสัมพันธ์ และยังสร้าง Lookalike Audience จากลูกค้าเดิมได้อีกด้วย

Facebook Ads เหมาะที่สุดสำหรับสินค้าที่ต้องการ Visual Impact เช่น แฟชั่น, อาหาร, ท่องเที่ยว, ความงาม — ที่ลูกค้าอาจไม่ได้ค้นหาแต่เห็นแล้วอยากได้ทันที

Targeting ตาม Interest, Behavior, Demographics
รูปแบบโฆษณาหลากหลาย: Video, Carousel, Story, Reels
Lookalike Audience จากลูกค้าเดิม
Retargeting ลูกค้าที่เคยเข้าเว็บ
ค่าโฆษณาเริ่มต้นต่ำกว่า Google Ads
Facebook Ads Brand Awareness
Google Ads Purchase Intent

Google Ads: จับลูกค้าที่มีความตั้งใจซื้อสูง

Google Ads (Google AdWords) คือแพลตฟอร์มโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำงานบนหลักการ Pay-Per-Click (PPC) — จ่ายเฉพาะเมื่อมีคนคลิก

ความได้เปรียบหลักของ Google Ads คือการเข้าถึงลูกค้าที่ มี Intent ซื้อสูงที่สุด — คนที่กำลังพิมพ์ค้นหา "ซื้อ...", "ราคา...", "บริการ..." อยู่ในขณะนั้น

Google Ads ครอบคลุมทุก Touch Point ของลูกค้า ตั้งแต่ Google Search (ค้นหา), Google Maps (ค้นหาร้านใกล้เคียง), YouTube (ดูวิดีโอ) และ Display Network (เว็บไซต์พันธมิตร)

Targeting ตาม Keyword Intent ที่แม่นยำสูง
แสดงโฆษณาเมื่อลูกค้ากำลังค้นหาสินค้าของคุณ
Google Maps Ads สำหรับธุรกิจท้องถิ่น
Performance Max ใช้ AI Optimize ทุกช่องทาง
วัด ROI ได้ชัดเจนผ่าน Conversion Tracking

เปรียบเทียบ Facebook Ads vs Google Ads

ตารางเปรียบเทียบแบบละเอียดเพื่อช่วยในการตัดสินใจ

หัวข้อFacebook AdsGoogle Ads
หลักการทำงานPush Marketing — แสดงโฆษณาหาลูกค้าที่ยังไม่รู้จักสินค้าPull Marketing — จับลูกค้าที่กำลังค้นหาสินค้าอยู่แล้ว
ประเภทกลุ่มเป้าหมายอายุ, เพศ, ความสนใจ, พฤติกรรม, LookalikeKeywords, Intent, Demographics, Remarketing
รูปแบบโฆษณารูปภาพ, วิดีโอ, Carousel, Story, ReelsText Search, Shopping, Display, YouTube, Performance Max
ช่วง FunnelTop of Funnel (Awareness, Consideration)Bottom of Funnel (Decision, Purchase)
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (CPC)5–30 บาท/คลิก (ขึ้นกับอุตสาหกรรม)10–80 บาท/คลิก (ขึ้นกับ Keyword)
ความเร็วในการเห็นผลเร็ว (1–3 วัน) สำหรับ Awarenessเร็ว (1–7 วัน) สำหรับ Conversion
เหมาะกับธุรกิจแบรนด์ใหม่, สินค้า Lifestyle, e-Commerce, B2Cบริการ, ธุรกิจท้องถิ่น, สินค้าที่มีคนค้นหา

เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับ ประเภทธุรกิจของคุณ

คำแนะนำเฉพาะสำหรับแต่ละประเภทธุรกิจ

1

ร้านอาหาร / คาเฟ่

Google Ads เป็นหลัก

ลูกค้าค้นหา 'ร้านอาหารใกล้ฉัน' บน Google Maps ทุกวัน

Facebook 40%Google 60%
2

คลินิก / สปา

Google Ads เป็นหลัก

ลูกค้ามี High Intent ค้นหาบริการเฉพาะทาง

Facebook 35%Google 65%
3

แฟชั่น / เสื้อผ้า

Facebook/Instagram เป็นหลัก

สินค้า Visual ต้องการ Impulse Buy จาก Feed

Facebook 70%Google 30%
4

อสังหาริมทรัพย์

ใช้ทั้งสองแพลตฟอร์ม

Google จับ Intent, Facebook สร้าง Brand และ Retargeting

Facebook 50%Google 50%
5

e-Commerce

ใช้ทั้งสองแพลตฟอร์ม

Google Shopping + Facebook Retargeting ให้ผลดีที่สุด

Facebook 45%Google 55%
6

B2B / SaaS

Google Ads เป็นหลัก

ผู้ตัดสินใจค้นหาข้อมูลบน Google ก่อนซื้อเสมอ

Facebook 30%Google 70%

กลยุทธ์ที่ดีที่สุด: ใช้ทั้งสองแพลตฟอร์มร่วมกัน

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการทำโฆษณาออนไลน์มักใช้ทั้ง Facebook Ads และ Google Ads ควบคู่กัน โดยแต่ละแพลตฟอร์มทำหน้าที่ต่างกันในแต่ละช่วงของ Customer Journey

ตัวอย่างกลยุทธ์ที่ได้ผล: ใช้ Facebook Ads สร้าง Awareness และดึงคนเข้าเว็บไซต์ก่อน จากนั้นใช้ Google Remarketing ตามลูกค้าที่เคยเข้าเว็บแต่ยังไม่ซื้อ และใช้ Google Search Ads จับลูกค้าที่กลับมาค้นหาแบรนด์ของคุณโดยตรง

1

Facebook Ads — สร้าง Awareness

แสดงโฆษณาหากลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ยังไม่รู้จักแบรนด์

2

Google Search — จับ Intent

แสดงเมื่อลูกค้าค้นหาสินค้าหรือแบรนด์ของคุณ

3

Retargeting — ปิดการขาย

ตามลูกค้าที่เคยเข้าเว็บแต่ยังไม่ซื้อด้วยทั้งสองแพลตฟอร์ม

กลยุทธ์ใช้ Facebook Ads และ Google Ads ร่วมกัน
คำถามที่พบบ่อย

FAQ: Facebook Ads vs Google Ads

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งของ 99 Ads Agency

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

พร้อมเริ่มต้นหรือยัง?

ให้ 99 Ads Agency วิเคราะห์ธุรกิจของคุณและแนะนำแพลตฟอร์มที่เหมาะสมที่สุด พร้อมวางแผนกลยุทธ์โฆษณาออนไลน์ให้ฟรี

Meta Business Partner
Google Certified
200+ แบรนด์ไว้วางใจ
ROI เฉลี่ย 300%+